Home » ข่าวกีฬา » ข่าวกีฬา 7 ประเด็นร้อนก่อนเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 4

ข่าวกีฬา 7 ประเด็นร้อนก่อนเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 4

ข่าวกีฬา 7 ประเด็นร้อนก่อนเกมพรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้จะมีอะไรบ้าง คัดเน้นๆ มาให้แฟนๆ ได้อ่านกัน

ข่าวกีฬา

ข่าวกีฬา “เชลซี-คริสตัล พาเลซ”

เชลซี กำลังมองหาชัยชนะเกมลีกนัดแรกนับตั้งแต่เปิดซีซั่น หลังพ่ายต่อ ลิเวอร์พูล และเสมอกับ เวสต์บรอมวิช ส่วน คริสตัล พาเลซ มีลุ้นเป็นทีมแรกต่อจาก ซันเดอร์แลนด์ เมื่อปี 2014 ที่สามารถบุกชนะในการออกไปเยือน สแตมฟอร์ด บริดจ์ ของ ‘สิงห์บลูส์’ และ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ของ แมนฯ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม ‘สิงโตน้ำเงินคราม’ เอาชนะ ‘ดิ อีเกิลส์’ มาแล้ว 5 นัดติดต่อกัน ซึ่งหากเก็บชัยได้เกมนี้ จะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาเอาชนะ พาเลซ ได้ถึง 6 เกมติดต่อกัน

เชลซี เป็นทีมที่มีอัตราการชนะเกม ลอนดอน ดาร์บี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก ดีที่สุด โดยคว้า 3 แต้มได้ถึง 132 เกมจาก 256 นัด คิดเป็นอัตรา 51.6%

ด้านทีมเยือนวางเป้าหมายบุกล้ม เชลซี ซึ่งหากทำได้จะเป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของทีมที่เอาชนะเกมเยือน 2 นัดแรกของฤดูกาล

วิลฟรีด ซาฮา มีส่วนร่วมกับประตู 6 ลูก จาก 12 เกมพรีเมียร์ลีก ที่เจอกับ เชลซี โดยแบ่งเป็น 3 ประตู และ 3 แอสซิสต์ ซึ่งเป็นสถิติเทียบเท่าคู่แข่งที่เขาทำผลงานได้ดีที่สุด

“เอฟเวอร์ตัน-ไบรท์ตัน”

ครั้งล่าสุดที่ เอฟเวอร์ตัน คว้าชัยเกมลีก 4 นัดแรกของฤดูกาล ต้องย้อนไปเมื่อซีซั่น 1969/70 ซึ่งปีนั้นพวกเขาจบลงด้วยแชมป์ลีกสูงสุด ขณะที่ทาง ไบรท์ตัน เอง ยังไม่เคยบุกเอาชนะที่ กูดิสัน พาร์ค ได้เลยจากโอกาสลงเล่นทั้งหมด 9 นัด

การเจอกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งคู่ ชัยชนะตกเป็นของฝั่งเจ้าถิ่น โดย เอฟเวอร์ตัน เอาชนะได้ 3 นัด

เกมนี้จะเป็นนัดที่ 100 ของ คาร์โล อันเชล็อตติ ในการคุมทีมระดับพรีเมียร์ลีก ซึ่งมีผู้จัดการทีมคนอื่นๆ แค่ 5 รายเท่านั้นที่คว้าชัยใน 100 เกมแรกได้มากกว่าเขา (59 นัด)

‘เดอะ ซีกัลส์’ ไม่แพ้เกมเยือนในพรีเมียร์ลีก มาแล้ว 8 นัดติดต่อกัน และเก็บชัยชนะได้ถึง 3 จาก 4 เกม นอกจากนี้ ไบรท์ตัน ยังเป็นทีมที่สร้างโอกาสทำประตูมากสุดใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 14.7 นัดต่อเกม

“ลีดส์-แมนฯ ซิตี้”

ลีดส์ ยูไนเต็ด มุ่งหน้าสู่การคว้าชัย 3 เกมติด ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องกู้ฟอร์มกลับคืนหลังพ่ายคาบ้านต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-5 เมื่อเกมก่อน

5 นัดหลังสุดที่ ลีดส์ เจอกับ แมนฯ ซิตี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก พวกเขาเอาชนะได้ถึง 3 นัด(เสมอ 1 แพ้ 1) ซึ่งรวมถึงชัยชนะ 2 เกมหลังที่สนาม เอลแลนด์ โร้ด

แพทริค แบมฟอร์ด มีลุ้นเป็นแข้ง’ยูงทอง’ คนแรกที่ทำประตูใน พรีเมียร์ลีก 4 เกมติดต่อกัน นับตั้งแต่ที่ มาร์ค วิดูก้า ศูนย์หน้าออสเตรเลียน ทำไว้เมื่อเดือนเมษายน ปี 2004

แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมที่มีผลงานเจอกับทีมน้องใหม่ได้ยอดเยี่ยมสุดๆ เมื่อพวกเขาแพ้แค่เกมเดียวจาก 31 เกมเท่านั้น(ชนะ 25 เสมอ 5) ซึ่งความพ่ายแพ้นัดเดียวนั้นเกิดขึ้นในการไปเยือน นอริช ซิตี้ เมื่อซีซั่นที่แล้ว

นี่จะเป็นการเจอกันครั้งที่ 4 ระหว่าง มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โดย 3 ครั้งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นเมื่อฤดูกาล 2011/12 ซึ่ง เป๊ป เป็นฝ่ายชนะ 2 และเสมอ 1 นัด

“เลสเตอร์-เวสต์แฮม”

เลสเตอร์ ซิตี้ จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นครั้งแรกของสโมสรทันทีหากเอาชนะได้ในเกมนี้ ซึ่งจะเป็นการเปิดตัวฤดูกาลด้วยการเก็บชัยได้ 4 เกมติด

ฤดูกาลนี้ ‘เดอะ ฟ็อกซ์’ ได้จุดโทษไปแล้ว 5 ครั้ง ซึ่งเทียบเท่ากับฤดูกาล 2017/18, 2018/19 และ 2019/20 ส่วนการเจอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด นั้นพวกเขาเอาชนะได้ทั้ง 2 นัดเมื่อซีซั่นที่แล้ว

เวสต์แฮม เป็นทีมที่เล่นเกมเยือนไม่ดีนักในระยะหลัง เมื่อเอาชนะคู่แข่งได้แค่เกมเดียวเท่านั้นจาก 11 เกมหลังสุดยามเล่นนอกบ้าน(เสมอ 2 แพ้ 8)

ส่วน จาร์รอด โบเว่น ที่เหมาสองประตูเมื่อเกมก่อนที่ชนะ วูล์ฟส์ 4-0 หากทำประตูได้อีกเกมนี้จะเป็นครั้งแรกที่เขายิงในเกมพรีเมียร์ลีกได้ 2 เกมติดต่อกัน

“อาร์เซน่อล-เชฟฯยูไนเต็ด”

อาร์เซน่อล ไม่แพ้ทีมที่อยู่ในโซนตกชั้นในวันที่พวกเขาลงเตะเป็นคู่แรกของวันมาแล้วถึง 13 ปีและนับเป็น 40 เกม(ชนะ 38 เสมอ 2) โดยความพ่ายแพ้ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในเกมแพ้ต่อ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-1 ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อเดือนเมษายน ปี 2007

หาก อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ ทำประตูไดในเกมนี้จะทำให้เจ้าตัวเป็นผู้เล่น อาร์เซน่อล คนแรกที่ทำประตูได้ใน 4 เกมแรกของซีซั่นต่อจากที่ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เคยทำไว้ เมื่อฤดูกาล 2013/14

3 นัดหลังสุดที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เจอ อาร์เซน่อล ในเกมลีก พวกเขาไม่แพ้เลย ซึ่งหากทำได้อีกในเกมนี้จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1965 ที่ไม่แพ้ต่อ อาร์เซน่อล ในลีก 4 นัดติดต่อกัน อีกทั้งการเจอกับทีมจาก ลอนดอน ของ ‘เดอะ เบลด’ ก็ไม่แพ้เลยตลอด 9 นัดหลังสุดในเกมลีก(ชนะ 4 เสมอ 5 )

“แมนยู-สเปอร์ส”

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่แพ้ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในเกมลีกมาแล้ว 3 เกม ซึ่งการเจอกันของทั้งสองทีมนี้ 14 นัดหลังไม่เคยจบลงด้วยผลเสมอเลย โดย ‘ปีศาจแดง’ เอาชนะได้ถึง 11 เกม

บรูโน่ แฟร์นันด์ส มีส่วนร่วมกับประตูถึง 17 ลูกจาก 16 เกมลีก โดยแบ่งเป็นยิง 9 และแอสซิสต์อีก 8 ครั้ง

พลพรรคเร้ด เดวิลส์ ทำประตูในพรีเมียร์ลีกติดต่อกันมาแล้ว 15 นัด ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดของลีกในตอนนี้

ขณะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ’ไก่เดือยทอง’ มีสถิติไม่ค่อยดีเท่าไหร่ในการบุกเยือนทีมเก่า เมื่อเขาไม่สามารถเอาชนะได้เลยตลอดการออกไปเจอสโมสรเก่า 6 นัด(เสมอ 2 แพ้ 4)

แฮร์รี่ เคน ทำไปแล้ว 5 แอสซิสต์ในซีซั่นนี้ ซึ่งนับเป็นการทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดต่อ 1 ซีซั่นเป็นอันดับ 2 ร่วม ซึ่งครั้งที่มากที่สุดคือฤดูกาล 2016/17 ที่เขาทำไว้ 7 ครั้ง

“แอสตัน วิลล่า-ลิเวอร์พูล”

แอสตัน วิลล่า มีลุ้นทำสถิติคว้าชัยใน พรีเมียร์ลีก 3 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2010 ส่วน ลิเวอร์พูล คว้าชัย 3 เกมแรกของซีซั่นมาแล้ว 3 ปีติดต่อกัน ซึ่งหากเอาชนะได้ในเกมนี้จะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาชนะเกมลีก 3 เกมแรกเป็นฤดูกาลที่ 4 ติดต่อกัน

หาก แจ็ก กรีลิช มิดฟิลด์ของ วิลล่า ทำประตูได้ในเกมนี้จะเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวยิงในเกมลีก 2 เกมติดต่อกัน นับตั้งแต่ที่เคยทำได้เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2019

ลูกทีมของ ดีน สมิธ ไม่แพ้เกมลีกมาแล้ว 6 นัดติดต่อกัน(ชนะ 4 เสมอ 2) ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดของลีกในตอนนี้

ในการออกเยือนถิ่น วิลล่า พาร์ค ของ ลิเวอร์พูล พวกเขาแพ้แค่เกมเดียวเท่านั้นจาก 19 นัด(ชนะ 13 เสมอ 5) ซึ่ง 6 นัดหลังสุดก็เก็บชัยชนะได้ทุกนัด โดยเกมเดียวที่พ่ายคือตอนเดือนพฤษภาคม ปี 2011

น่าเสียดายแทนสาวก “หงส์แดง” เมื่อ ซาดิโอ มาเน่ มักทำผลงานได้ดียามเจอ แอสตัน วิลล่า ยิงใส่ ‘สิงห์ผยอง’ ไปแล้ว 6 ประตู ซึ่งเป็นทีมที่เขายิงได้มากสุดรองจาก คริสตัล พาเลซ( 9 ลูก) และ อาร์เซน่อล (7 ลูก) ถูกตรวจพบเชื้อโควิด-19 ชวดลงสนามเกมนี้

 

 

 

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th
สนใจสมัคร ติดต่อ : www.ufabetllc.com

About

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*
*